การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ โอกาสหรือความเสี่ยง?
- BizflowCapital

- 18 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 9 พ.ย. 2568

การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์: โอกาสหรือความเสี่ยง?
ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ผู้ประกอบการ SME หรือผู้ที่ต้องการขยายธุรกิจมักจะเจอปัญหาการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เงื่อนไขเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือบุคคลค้ำประกัน ในปัจจุบันจึงมีแหล่ง เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ โผล่ขึ้นมาเป็นทางเลือกหนึ่งที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ
ความหมายของเงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์
เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ หมายถึง การจัดหาเงินทุนสินเชื่อหรือเงินหมุนเวียนโดยไม่ต้องมีทรัพย์สินค้ำประกัน (เช่น ที่ดิน อาคาร รถยนต์) หรือไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน แต่ใช้เกณฑ์อื่น ๆ เช่น กระแสเงินสด รายได้ในอดีต ความน่าเชื่อถือทางการเงิน ผลประกอบการ หรือเอกสารการค้า (เช่น ลูกหนี้การค้า) เป็นต้น
โอกาสของเงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์
เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้เริ่มต้นSME ที่ยังไม่มีทรัพย์สินมากพอสามารถเข้าถึง เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ ได้ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องมีทรัพย์สินค้ำประกัน
ลดต้นทุนและเวลาไม่ต้องประเมินราคาหลักทรัพย์ จัดการเรื่องเอกสารค้ำประกันน้อยลง ทำให้ขั้นตอนเร็วขึ้นและค่าธรรมเนียมเบื้องต้นต่ำลง
ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจและนวัตกรรมช่วยให้ธุรกิจที่มีแนวคิดใหม่ ๆ มีโอกาสระดมทุนเพื่อพัฒนางาน ได้ทดสอบตลาด โดยไม่ต้องแบกรับภาระหลักทรัพย์หนัก
เสริมการรวมตัวทางการเงินของภาคธุรกิจเมื่อมีแหล่ง เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ ผู้ประกอบการหลายรายที่ก่อนหน้านี้ถูกปฏิเสธสินเชื่อเพราะไม่มีหลักทรัพย์ ก็มีโอกาสเข้าตลาดการเงิน สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจฐานกว้างขึ้น
ความเสี่ยงของเงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์
อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเพราะผู้ให้สินเชื่อมีความเสี่ยงสูงกว่าการมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อาจต้องตั้งดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมสูงขึ้น
เงื่อนไขที่เข้มงวดในด้านอื่นเช่น ต้องมียอดขายที่มั่นคง รายได้ที่ตรวจสอบได้ หรือมีลูกหนี้การค้าที่มั่นใจได้ เพราะไม่มีหลักทรัพย์ มาจัดการหากผิดนัด
ความเสี่ยงจากสภาพคล่อง (Liquidity risk)ถ้าธุรกิจขาดเงินสดสำรอง เมื่อถึงเวลาชำระหนี้ อาจมีปัญหา เพราะไม่มีหลักทรัพย์ให้เปลี่ยนเป็นเงินได้ทันที
การเช็คเครดิตและประวัติการเงินผู้ให้สินเชื่ออาจเข้มงวดตรวจสอบประวัติ การเดินบัญชี การคืนหนี้ก่อนหน้า เพราะนี่เป็นตัวแทนประกันเมื่อไม่มีหลักทรัพย์จริง
ตัวอย่างแหล่งเงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ในไทย
แหล่งหนึ่งที่โดดเด่นคือ สินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ จาก IFS Capital ที่โฆษณาว่า “รวม 5 สินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ อนุมัติง่าย ได้เงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ” อีกตัวอย่างคือ โครงการสำหรับ SME ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในปี 2568 ที่หลายสถาบันเริ่มให้ความสำคัญกับศักยภาพกิจการแทนหลักทรัพย์
วิธีการสมัครเงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์
ด้านล่างเป็นตารางเปรียบเทียบวิธีสมัครแหล่ง เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ เพื่อให้เห็นขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม
ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องเตรียม / ตรวจสอบ | เคล็ดลับเพื่อผ่านการอนุมัติ |
1. ศึกษาแหล่งสินเชื่อ | หาข้อมูลว่าผู้ให้สินเชื่อใดมี เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ วงเงินเป็นเท่าไร ดอกเบี้ย เงื่อนไข | เลือกผู้ให้สินเชื่อที่มีรีวิวดี มีความชัดเจนเรื่องเงื่อนไข |
2. ตรวจสอบสถานะทางการเงิน | งบการเงินย้อนหลัง (ถ้ามี), รายรับ‑รายจ่าย, เอกสารภาษี เช่น ภ.พ.30, Statement บัญชีธนาคาร | ทำบัญชีและการเงินให้โปร่งใส ตรงกับผลงานจริง |
3. เตรียมเอกสารประกอบ | หนังสือรับรองบริษัท / ทะเบียนการค้า, Statement บัญชีย้อนหลัง 6‑12 เดือน, สัญญาลูกค้า / ใบแจ้งหนี้ /ลูกหนี้การค้า | จัดเอกสารให้ครบ ไม่ขาด แล้วอัพเดตล่าสุด |
4. ส่งคำขอ และรอการประเมิน | แบบฟอร์มสมัครของผู้ให้สินเชื่อ + เอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ | ตรวจสอบฟอร์มให้ครบถ้วนก่อนส่ง |
5. เจรจาเงื่อนไขการชำระหนี้ | อัตราดอกเบี้ย, ระยะเวลาผ่อน, การชำระคืนล่วงหน้า, ค่าปรับกรณีผิดนัด | อ่านสัญญาทุกข้อ ถามให้ชัดเจนเรื่องต้นทุนทั้งหมด |
6. ติดตามผลและปฏิบัติตามสัญญา | บันทึกการใช้เงิน รายงานการเงินตามที่ตกลง, จ่ายคืนตรงเวลา | ปฏิบัติให้ตรงตามสัญญา เพื่อรักษาเครดิต และโอกาสในอนาคต |
เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ – เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย
เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ มี โอกาสสูง สำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพแต่ไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน
แต่ต้องยอมรับ ความเสี่ยง เช่น ดอกเบี้ยสูง เงื่อนไขเข้มงวด
ควรประเมินตัวเองก่อน: มีรายได้/ยอดขายที่คงที่หรือไม่, มีบัญชีธนาคารเดินบัญชีชัดเจน, มีแผนธุรกิจดี ๆ
ถ้าใช้ เงินทุนไม่ใช้หลักทรัพย์ ให้เกิดประโยชน์ ควรใช้ในส่วนที่ให้ผลตอบแทนชัดเจน และมีกระแสเงินสดรองรับการชำระหนี้
ข้อเสนอแนะเพื่อผู้ประกอบการและภาครัฐ
ภาคเอกชน ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ ที่ดอกเบี้ยและเงื่อนไขเหมาะสมกับผู้ประกอบการรายย่อย
ภาครัฐ ควรมีมาตรการสนับสนุน เช่น การรับรองเครดิต, ค้ำประกันแบบรัฐ (guarantee scheme) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้ให้สินเชื่อ




